Sustainable Aviation Fuel (SAF)

Sustainable Aviation Fuel (SAF) หรือ เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน คือ เชื้อเพลิงที่ผลิตจากแหล่ง (resource) ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าเชื้อเพลิงการบินทั่วไป (เชื้อเพลิงฟอสซิล)  สามารถผลิตได้จากวัสดุหลากหลายชนิด เช่น

  1. ชีวมวล เช่น พืชที่ใช้ในการผลิตพลังงาน ไขมันสัตว์ และน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil – UCO)
  2. ของเสีย จากภาคอุตสาหกรรมเกษตรและป่าไม้ เช่น เศษไม้ กากน้ำตาล หรือของเสียจากอาหาร
  3. กระบวนการเคมี เช่น การดักจับและแปลง CO2 หรือการแปรรูปของเสียเป็นเชื้อเพลิง

 

ที่มารูปภาพ: https://www.eesi.org/articles/view/an-introduction-to-sustainable-aviation-fuels

ความสำคัญของ SAF

  1. ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก:  มีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ได้สูงถึง 80% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล และเมื่อนำมาผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงการบินทั่วไป สามารถลดการปล่อย CO2 ได้ประมาณ 40% เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการผลิต เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน มีการดูดซับ CO2 ในกระบวนการเติบโต (เช่น พืช)
  2. ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล: การใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน ช่วยลดความต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  3. เสริมสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน: การใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการบิน

เนื่องด้วยความสำคัญดังกล่าวนี้ ทำให้หลายหน่วยงานด้านเชื้อเพลิงและด้านการบินทั่วโลก มีนโยบายการพัฒนาและการใช้อย่างกว้างขวางเพื่อช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Net Zero และ SAF

นโยบาย Net Zero ของ IATA และโครงการ CORSIA ของ ICAO เป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมการบิน การใช้ Sustainable Aviation Fuel  เป็นกลยุทธ์หลักในการบรรลุเป้าหมายนี้ แม้ว่าจะมีความท้าทาย แต่การพัฒนาและการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนอย่างกว้างขวางจะช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

IATA  (International Air Transport Association) หรือสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานและนโยบายสำหรับอุตสาหกรรมการบิน ในส่วนของนโยบาย Net Zero และ SAF มีการดำเนินการดังนี้:

  1. นโยบาย Net Zero และเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน:

    • IATA มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สู่ศูนย์สุทธิ (Net Zero) ภายในปี 2050
    • นโยบายนี้เน้นการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน เป็นกลยุทธ์หลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  2. การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน:

    • IATA สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงการเพิ่มการผลิตและการใช้ในอุตสาหกรรมการบิน
    • มีการร่วมมือกับรัฐบาลและองค์กรอื่น ๆ เพื่อสร้างนโยบายสนับสนุนและการลงทุน
    • การจัดทำแนวทางและมาตรฐานสำหรับการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน ในสายการบินทั่วโลก
  3. แผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง:

    • การลดการปล่อยก๊าซผ่านการใช้เครื่องบินที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
    • การใช้เทคโนโลยีการจัดการการบินที่ทันสมัย
    • การปลูกป่าทดแทนและการใช้เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน

นอกจากนี้ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้มีการจัดตั้งโครงการ CORSIA (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation) ที่มุ่งเน้นการลดและชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการบินระหว่างประเทศด้วยนโยบาย ดังนี้

    • CORSIA กำหนดให้สายการบินต้องชดเชยการปล่อยก๊าซ CO2 ที่เกินจากระดับที่กำหนดในปี 2020 โดยการซื้อเครดิตคาร์บอนจากโครงการที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
    • SAF ถือเป็นหนึ่งในวิธีการที่ได้รับการยอมรับใน CORSIA สำหรับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน การใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน ช่วยให้สายการบินสามารถลดการปล่อยก๊าซได้โดยตรง โดยไม่ต้องซื้อเครดิตคาร์บอน
    • มีการกำหนดมาตรฐานการรับรอง SAF ที่สามารถนำมาคำนวณเป็นการลดการปล่อยก๊าซใน CORSIA
    • สายการบินต้องรายงานการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซตามมาตรฐานที่กำหนด และมีการตรวจสอบโดยบุคคลที่สามเพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

 

ผลกระทบของ SAF ต่อการบิน

การพัฒนาการผลิตเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน รวมถึงการทดสอบคุณภาพเชื้อเพลิง กำหนดให้  ต้องสามารถนำไปใช้กับเครื่องบินในปัจจุบันได้โดยไม่ต้องมีการปรับปรุงเครื่องยนต์หรือระบบการบิน ซึ่งทำให้การเปลี่ยนมาใช้ง่ายและสะดวกต่อสายการบิน ในขณะที่เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 และสารมลพิษอื่นๆ ซึ่งเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนและปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเปิดโอกาสให้กับอุตสาหกรรมใหม่ๆ และสร้างงานในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอาจมีต้นทุนสูงกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่การพัฒนาเทคโนโลยีและการเพิ่มปริมาณการผลิตอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันและอนาคต จะทำให้ต้นทุนลดลงอย่างแน่นอน

Sustainable Aviation Fuel ,SAF

ที่มารูปภาพ: www.finnair.com

การทดสอบเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน

การทดสอบเชื้อเพลิง Sustainable Aviation Fuel และเชื้อเพลิง Jet Fuel ทั่วไป (เช่น Jet A-1) มีความแตกต่างกันในหลายแง่มุม เนื่องจากมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเชื้อเพลิงฟอสซิลปกติ ซึ่งทำให้ต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมการบิน และจะถูกผสมกับ Jet Fuel ทั่วไปในอัตราส่วนต่างๆ (เช่น 10%, 20%, 50%) ดังนั้นการทดสอบต้องมั่นใจว่าเชื้อเพลิงผสมสามารถใช้งานได้โดยไม่มีปัญหา

เชื้อเพลิง Jet Fuel ทั่วไปมีการทดสอบที่เข้มงวดอยู่แล้วเพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อเพลิงมีคุณสมบัติที่ตรงตามมาตรฐานสากล เช่น ASTM D1655 สำหรับ Jet A-1 ในขณะที่การทดสอบ Sustainable Aviation Fuel และเชื้อเพลิงผสมระหว่าง Jet Fuel ทั่วไปนั้น ยังต้องมีการทดสอบตามมาตรฐานสากล เช่น ASTM D7566 เข้ามาด้วย

สามารถติดตามรายละเอียดด้านการทดสอบคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ได้ที่ Sustainable Aviation Fuel_Brochure

หรือติดต่อ ptsales@chemihouse.com

บริษัท เคมีเคิลเฮ้าส์ แอนด์ แล็ป อินสทรูเม้นท์ จํากัด จำหน่าย เครื่องมือวัด เครื่องทดสอบคุณภาพน้ำมันปิโตรเลียมน้ำมัน ปิโตรเลียม และเครื่องทดสอบเยื่อกระดาษ บรรจุภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย ที่มีหลากหลายมาตรฐานการทดสอบ

หรือ Add line ที่ QR Code ด้านล่าง

หรือหากสนใจผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โปรดติดต่อเรา Chemical house and Lab Instrument

—–

อ้างอิง

Frontiersin

ICAO

Office of ENERGY EFFICIENCY & RENEWABLE ENERGY

IATA

 

Share the Post:

Related Posts

Scroll to Top